TH | EN

เบเยอร์ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสี เปิดผลวิจัย “บ้านจริง” 10 ปี พิสูจน์ BegerCool รับมือ Heat Index สูงถึง 58°C

เบเยอร์ เปิดเผยผลการวิจัยการทดสอบประสิทธิภาพ สีสะท้อนความร้อน BegerCool ใน “บ้านจริง” (Real House Testing) เป็นครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมสี ภายใต้การศึกษาระยะยาวกว่า 10 ปี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของ สีทาบ้านกันร้อน BegerCool ในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยจริง โดยไม่อ้างอิงเฉพาะผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ตอกย้ำมาตรฐานใหม่ของนวัตกรรมสีที่สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพได้จริงในสภาพภูมิอากาศของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนอย่างประเทศไทย การศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของเบเยอร์ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีให้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงของผู้บริโภคมากที่สุด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยมีความผันผวนสูง ทั้งอุณหภูมิ แสงแดด ความชื้น และฝน ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของสีทาอาคาร โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหา บ้านร้อนจากอุณหภูมิและความร้อนสะสมจากแสงแดด

งานวิจัย “บ้านจริง” ครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมสี

นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า เบเยอร์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการวิจัยในห้องปฏิบัติการเท่านั้น เพราะสภาวะจริงของโลกภายนอกมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา งานวิจัยในหลายประเทศพบว่าการทดสอบแบบเร่งอายุในห้องปฏิบัติการ (Accelerated Weathering) อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการใช้งานจริงได้ประมาณ 20–50% โดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อนที่มีปัจจัยด้านสภาพอากาศรุนแรงและแปรปรวนสูง

“ทุกคำโฆษณาที่เบเยอร์สื่อสารออกไป เราต้องมั่นใจว่าสามารถส่งมอบคุณภาพนั้นให้กับลูกค้าได้จริง การทดสอบในบ้านจริงจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจของเราในการพิสูจน์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในสภาพการใช้งานจริง” โครงการ Real House Testing ถูกออกแบบให้จำลองสภาวะการอยู่อาศัยจริง โดยติดตั้งระบบตรวจวัดอุณหภูมิ พลังงาน และสภาพแวดล้อมรอบอาคาร เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ของสีภายใต้สภาพอากาศจริงในระยะยาว ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้ช่วยให้เห็นประสิทธิภาพของ สีสะท้อนความร้อน และความทนทานของสีทาบ้านต่อสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงได้อย่างชัดเจน

Heat Index อาจสูงถึง 58°C ความท้าทายใหม่ของบ้านในประเทศไทย

งานวิจัยดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของสภาพอากาศที่ร้อนจัดมากขึ้น โดยข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อุณหภูมิในบางช่วงของฤดูร้อนอาจสูงถึงประมาณ 38–42°C เมื่อพิจารณาร่วมกับความชื้นสัมพัทธ์ราว 40–60% เมื่ออ้างอิงการประเมินค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ตามแบบจำลองของ National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) พบว่า ค่า Heat Index อาจสูงกว่า 50°C และในบางกรณีอาจแตะระดับใกล้ 58°C ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนอย่างอันตราย และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ ลมแดด (Heat Stroke) สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การเลือกใช้ สีทาบ้านกันร้อนหรือสีสะท้อนความร้อน กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดความร้อนสะสมของอาคาร และช่วยให้การอยู่อาศัยภายในบ้านมีความสบายมากขึ้น

มาตรฐานใหม่ของนวัตกรรมสีที่พิสูจน์ได้จริง

ผลการศึกษาครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมของเบเยอร์เท่านั้น แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสีทาอาคาร ที่ให้ความสำคัญกับ “การพิสูจน์ได้จริง” หรือ Real-World Performance มากกว่าการอ้างอิงผลจากการทดสอบในห้องทดลองเพียงอย่างเดียว แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการพัฒนานวัตกรรมสีทาบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในสภาพอากาศร้อนของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงและแสงแดดจัดตลอดทั้งปี

รางวัลระดับประเทศตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสี

ความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่พิสูจน์ได้จริงยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบเยอร์ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับอุตสาหกรรม ล่าสุดบริษัทได้รับรางวัลเกียรติยศนวัตกรรมแห่งชาติ “Champ of the Champs” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งคัดเลือกจากกว่า 300 องค์กรและแบรนด์ ที่เคยได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติตลอดกว่า 20 ปี เพื่อยกย่ององค์กรที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เบเยอร์ยังได้รับ 4 รางวัลจากเวที Future Trends Awards ต่อเนื่องสองปีซ้อน สะท้อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของอุตสาหกรรมสีไทย โดยในปีที่ผ่านมา Beger ได้รับรางวัล The Most Innovative ขณะที่ในปีล่าสุดความสำเร็จได้ต่อยอดจาก “นวัตกรรมสินค้า” ไปสู่ “นวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคม” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 รางวัลสำคัญ ได้แก่

  • The Most Impactful
  • Leader of Technology
  • Leader of Social

ความสำเร็จจากเวทีรางวัลระดับประเทศเหล่านี้สะท้อนแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมของเบเยอร์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนางานวิจัย Real House Testing ที่มุ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพของนวัตกรรมภายใต้สภาพการใช้งานจริง เบเยอร์ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสีที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของผู้บริโภค และช่วยให้บ้านสามารถรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

 

SHARE :
กรุณาเลือกหมวดหมู่การค้นหา และพิมพ์คำค้นหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง