TH | EN

ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์อย่างไรดี ให้แห้งไว และกันสนิมได้นาน

ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์อย่างไรดี ให้แห้งไว และกันสนิมได้นาน

ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ ให้ติดทนต้องทำ 2 อย่างคือ ล้างคราบน้ำมันออกให้หมดแล้วขัดลูบผิวมันวาวด้วยกระดาษทรายละเอียด จากนั้นเลือกได้ 2 ระบบ คือ ระบบเดิม 4 ขั้นตอน (1. เตรียมผิว  2. วอชไพร์เมอร์  3. รองพื้นกันสนิม  4. สีน้ำมันทับหน้า 2 เที่ยว) ใช้เวลารวม 1–2 วัน หรือ ระบบใหม่ 2 ขั้นตอน ด้วยสีทาเหล็ก 2 in 1 ที่ผสมรองพื้นในตัว ทาทับเที่ยวถัดไปได้ใน 30 นาที และจบงานได้ภายในวันเดียว

เหล็กกัลวาไนซ์คืออะไร

เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel) คือเหล็กที่ผ่านการเคลือบผิวด้วยสังกะสี (Zinc) เพื่อป้องกันการเกิดสนิม โดยวิธีที่นิยมมากที่สุดคือ การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanizing) ซึ่งเป็นการจุ่มเหล็กลงในสังกะสีหลอมเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 450°C ทำให้ได้ผิวเหล็กสีเงินมันวาว แข็งแรง และทนทานต่อสภาพอากาศ ชั้นเคลือบสังกะสีช่วยปกป้องเหล็กได้ 2 วิธี คือ ทำหน้าที่เป็น เกราะป้องกัน (Barrier) ไม่ให้ความชื้นและอากาศสัมผัสเนื้อเหล็กโดยตรง และทำหน้าที่เป็น แอโนดสังเวย (Sacrificial Anode) ที่ยอมกัดกร่อนแทนเหล็ก หากผิวเคลือบเกิดรอยขีดข่วน จึงเหมาะสำหรับงานภายนอกอาคาร เช่น รั้ว โครงหลังคา รางน้ำ เสา และโครงสร้างที่ต้องเผชิญฝนหรือความชื้นอยู่เป็นประจำ

แม้เหล็กกัลวาไนซ์จะมีความทนทานสูง แต่เมื่อผ่านการเจาะ ตัด เชื่อม หรือใช้งานเป็นเวลานาน ชั้นเคลือบสังกะสีอาจเสื่อมสภาพหรือเสียหายได้ การทาสีทับจึงเป็นอีกชั้นของการปกป้องที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้าง พร้อมเพิ่มความสวยงามและคงสภาพพื้นผิวให้ดูดีได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เหล็กกัลวาไนซ์ กับ เหล็กชุบซิงค์ (EG) ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ

 

กัลวาไนซ์ชุบร้อน (HDG)

เหล็กชุบซิงค์ไ

ฟฟ้า (EG)

วิธีเคลือบ จุ่มลงในสังกะสีหลอมเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 450°C ชุบด้วยกระแสไฟฟ้าที่อุณหภูมิห้อง
ความหนาของชั้นสังกะสี หนาและมีหลายระดับไมครอน บางกว่ามาก
ลักษณะพื้นผิว อาจมีลายดอกหรือผิวสากที่เห็นได้ชัด พื้นผิวเรียบ เงา และสม่ำเสมอ
อายุการใช้งานกลางแจ้ง ยาวนานกว่า และทนต่อสภาพอากาศได้ดี อายุการใช้งานสั้นกว่า และควรทาสีทับ
การทาสี ต้องเตรียมพื้นผิวและเลือกใช้ระบบสีที่เหมาะสม ต้องเตรียมพื้นผิวตามระบบเช่นเดียวกัน
ข้อควรรู้: เหล็กทั้งสองชนิดมีปัญหาคล้ายกัน คือผิวสังกะสีอาจทำให้สีน้ำมันทั่วไป ยึดเกาะได้ไม่ดี จึงควรเตรียมพื้นผิวและเลือกใช้ระบบสีที่เหมาะกับพื้นผิว สังกะสีโดยเฉพาะ

เหล็กกัลวาไนซ์ต้องทาสีไหม ในเมื่อกันสนิมเดิมอยู่

ควรทา หากงานนั้นอยู่กลางแจ้ง มีรอยตัด รอยเชื่อม หรือต้องการเปลี่ยนสี เพราะจุดที่ถูกตัดหรือเชื่อมคือจุดที่ชั้นสังกะสีถูกทำลายและเกิดสนิมก่อนส่วนอื่นเสมอ

การทาสีทับเหล็กกัลวาไนซ์มีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า ระบบดูเพล็กซ์ (Duplex System) ซึ่งเป็นการใช้ระบบป้องกันการกัดกร่อนสองชั้นร่วมกัน สมาคม American Galvanizers Association ระบุว่าระบบดูเพล็กซ์ให้อายุการปกป้องได้ 1.5–2.3 เท่าของอายุสองระบบรวมกัน เพราะฟิล์มสีช่วยชะลอการสึกของสังกะสี ขณะที่สังกะสีทำหน้าที่เป็นรองพื้นชั้นเยี่ยมให้กับสี

เหตุผลที่ควรทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ สรุปได้ 4 ข้อ

  1. ปิดจุดอ่อน รอยเชื่อม รอยตัด รูเจาะ และหัวสกรู คือจุดที่สนิมเริ่มเสมอ
  2. ยืดอายุโครงสร้าง ตามหลักระบบดูเพล็กซ์ข้างต้น
  3. เปลี่ยนเฉดสี จากสีเงินดิบให้เข้ากับงานออกแบบ
  4. มองเห็นปัญหาได้ก่อน ฟิล์มสีที่พองหรือด่างช่วยเตือนว่ามีการกัดกร่อนใต้ผิว

ทำไมสีธรรมดาทาเหล็กกัลวาไนซ์แล้วลอก

เพราะสีน้ำมันอัลคีดทำปฏิกิริยาเคมีกับสังกะสี ไม่ใช่แค่เพราะผิวลื่นอย่างเดียว นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดและเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของงานทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ที่ล้มเหลว

ปัญหาเกิดจาก 2 กลไกซ้อนกัน

  • ปฏิกิริยาสะพอนิฟิเคชัน (Saponification) กรดไขมันในเรซินอัลคีดของสีน้ำมันทั่วไปทำปฏิกิริยากับสังกะสี เกิดเป็นชั้น “สบู่สังกะสี” ที่ผิวสัมผัส ทำให้ฟิล์มสีหลุดล่อนเป็นแผ่นใหญ่ทั้งที่สียังไม่เสื่อม
  • ผิวมันวาวและลื่น ผิวสังกะสีใหม่แทบไม่มีความสากให้สียึดเกาะเชิงกล

ทางแก้จึงมี 2 ทางเท่านั้น คือใช้ วอชไพร์เมอร์ คั่นกลางเพื่อกันการสัมผัสโดยตรงและเปิดผิว หรือเลือก สีสูตรอะคริลิกที่ออกแบบมาให้เกาะกัลวาไนซ์ได้โดยตรง ซึ่งไม่มีปัญหาสะพอนิฟิเคชันเหมือนอัลคีด

เทียบวิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ แบบเก่า vs แบบใหม่

ต่างกันที่จำนวนขั้นตอนและเวลารอแห้งเป็นหลัก วิธีเก่าใช้ 4 ขั้นตอน วิธีใหม่ใช้ 2 ขั้นตอน โดยตัดวอชไพร์เมอร์และรองพื้นกันสนิมออกเพราะรวมมาในเนื้อสีแล้ว

เปรียบเทียบวิธีเก่า กับวิธีใหม่ สี 2 in 1

หัวข้อเปรียบเทียบ วิธีเก่า
(ระบบหลายชั้น)
วิธีใหม่
(สี 2 in 1)
จำนวนขั้นตอน 4 ขั้นตอน 2 ขั้นตอน
จำนวนเที่ยวที่ทา 4 เที่ยว
วอชไพรเมอร์ 1 + รองพื้น 1 + ทับหน้า 2
1–2 เที่ยว
ต้องใช้วอชไพรเมอร์ ต้องใช้ ไม่ต้อง
ต้องใช้รองพื้นกันสนิม ต้องใช้ ไม่ต้อง ผสมมาในตัว
เวลารอแห้งระหว่างเที่ยว 30–60 นาที / 5–6 ชม. / 8–10 ชม. 30 นาที
เวลารวมโดยประมาณ 1–2 วัน จบได้ภายในวันเดียว
จำนวนสินค้าที่ต้องซื้อ 3 ชนิด 1 ชนิด
ประเภทเรซิน อัลคิด (สีน้ำมัน) อะคริลิก
ปัญหาสีเหลืองตัว มีโอกาสเหลืองตัวในเฉดสีขาวหรือสีอ่อน ไม่เหลืองตัวง่าย
เหมาะกับ งานสเปกอุตสาหกรรม หรืองานที่ต้องการชั้นกันสนิมหนาเป็นพิเศษ งาน DIY งานรีบ งานหน้าฝน และงานในพื้นที่ทาได้ยาก

ทำความรู้จักการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ แบบเดิม

ในอดีต การทาสีบนผิว เหล็กกัลวาไนซ์ หรือเหล็กที่มีผิวมันเงาแบบชุบสังกะสี จำเป็นต้อง ทาสีรองพื้นพิเศษก่อน เนื่องจากผิวโลหะประเภทนี้มีความลื่นและมันวาวสูง ทำให้ สีทับหน้าทั่วไปไม่สามารถยึดเกาะได้ดี ระบบเดิมจึงต้องใช้หลายขั้นตอน คือ 

  1. ทารองพื้นวอชไพร์เมอร์ (Wash Primer) เพื่อเปิดผิวและช่วยการยึดเกาะ
  2. ลงรองพื้นกันสนิม เพิ่มชั้นปกป้อง
  3. ทาสีน้ำมันทับหน้า 2 เที่ยว เพื่อให้ฟิล์มสีสวย เงางาม และทนทาน

ขั้นตอนการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบเก่า 4 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนลงสี

การเตรียมพื้นผิวคือขั้นตอนที่ชี้ขาดว่าสีจะอยู่ได้กี่ปี ไม่ว่าจะทาสีเหล็กในระบบใด หรือจะเป็นเหล็กใหม่หรือเหล็กเก่า ผิวที่สะอาดปราศจากน้ำมันคือหัวใจของ การยึดเกาะของฟิล์มสี และ อายุการใช้งาน

พื้นผิวเหล็กเก่า

  • หากมีสีเดิมที่เสื่อมสภาพ ให้ขูดลอกหรือล้างออก โดยใช้เกรียง ขัดกระดาษทราย หรือ น้ำยาลอกสี Beger Unisoft 9119
  • หากมีสนิม ควรขัดสนิมออกให้มากที่สุดด้วย กระดาษทรายหรือเครื่องขัด
  • หากเป็นเหล็กเก่าที่เคยทาสีไว้และฟิล์มสียังดีอยู่ ให้เพียงแค่ทำความสะอาดฝุ่น คราบไขมัน และน้ำมัน

 

พื้นผิวเหล็กใหม่

  • มักมีน้ำมันเคลือบป้องกันสนิมจากโรงงาน ให้ใช้ผ้าชุบทินเนอร์ เช่น Beger Thinner M-77 เช็ดออกให้หมด จากนั้นล้างผิวให้สะอาด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มี คราบไขมัน ฝุ่น หรือคราบน้ำมัน ที่ขัดขวางการยึดเกาะของสี

ตารางเตรียมผิวตามสภาพเหล็กกัลวาไนซ์ 3 แบบ

สภาพผิว ลักษณะที่สังเกตได้ วิธีเตรียมผิว
กัลวาไนซ์ใหม่ (อายุ < 6 เดือน) เงาวาว ลื่น และมีน้ำมันเคลือบ เช็ดน้ำมันด้วยทินเนอร์ M-77 ล้างให้สะอาด ขัดลูบด้วยกระดาษทรายละเอียด
กัลวาไนซ์ผ่านการใช้งาน สีเงินหม่น และผิวเริ่มสาก ล้างฝุ่นและคราบไขมัน ขัดลูบเบา ๆ เช็ดให้แห้งสนิท
มีสนิมขาว (White Rust) มีคราบสีขาวคล้ายผงแป้งเกาะเป็นหย่อม ๆ ขัดคราบขาวออกให้หมดด้วยแปรงลวดอ่อนหรือกระดาษทราย ล้างและเช็ดให้แห้ง จึงลงสี

หมายเหตุทางเทคนิค: มาตรฐานสากล ASTM D6386 (Standard Practice for Preparation of Hot-Dip Galvanized Steel for Painting) กำหนดวิธีเตรียมผิวเหล็กกัลวาไนซ์ก่อนทาสีไว้แยกตามสภาพผิว 3 แบบเช่นเดียวกัน และระบุว่าควรลงสีให้เร็วที่สุดหลังเตรียมผิวเสร็จ

ผลิตภัณฑ์เตรียมพื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์ 

น้ำยาลอกสี เบเยอร์ ยูนีซ็อฟ 9119

เบเยอร์ ทินเนอร์ แลคเกอร์ เอ็ม-77 

 

ขั้นตอนที่ 2: ทาวอชไพร์เมอร์ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะบนเหล็กกัลวาไนซ์ใหม่

วอชไพร์เมอร์คือรองพื้นสองส่วนที่ทำหน้าที่ “เปิดผิว” โลหะมันวาวให้เกิดความสาก เพื่อให้สีชั้นถัดไปยึดเกาะได้ พื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์ใหม่มักเรียบ มันวาว และลื่น ซึ่งทำให้สีทับหน้าที่ทาลงไปยึดเกาะไม่ดีและลอกล่อนในเวลาอันสั้น หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่แนะนำคือ Beger Wash Primer B-922 ซึ่งเป็นสีรองพื้นชนิด ผสม 2 ส่วน (Part A : Part B) โดยใช้ อัตราส่วนผสม A : B = 4 : 1 หลังจากผสมแล้วสามารถ ทาด้วยแปรง พ่น หรือใช้ลูกกลิ้ง ได้ตามสะดวก โดยปล่อยให้แห้งประมาณ 30–60 นาที ก่อนลงสีชั้นถัดไป

หมายเหตุ: วอชไพร์เมอร์เหมาะกับโลหะมันวาวทุกชนิด เช่น เหล็กกัลวาไนซ์ อลูมิเนียม และสังกะสี หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้ ฟิล์มสีอาจลอกง่ายแม้ใช้สีคุณภาพสูง

ข้อควรระวัง วอชไพรเมอร์เป็นระบบสี 2 ส่วน (2K) ที่มีอายุการใช้งานหลังผสม (Pot Life) จำกัด จึงควรผสมเฉพาะปริมาณที่ใช้ให้หมดภายในรอบเดียว และควรทำงานในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก พร้อมสวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

วอชไฟร์เมอร์

สีรองพื้นเหล็กกัลวาไนซ์ วอชไพร์เมอร์ บี-922

สีรองพื้นเหล็กกัลวาไนซ์ วอชไพร์เมอร์ บี-922

 

ขั้นตอนที่ 3: การทาสีรองพื้นกันสนิม

 

สีรองพื้นกันสนิมทำหน้าที่เคลือบจุดเสี่ยงอย่างรอยเจาะ รอยเชื่อม และรอยตะปู ที่ชั้นสังกะสีถูกทำลายไปแล้ว หลังจากทาวอชไพร์เมอร์ พื้นผิวที่เคยเรียบลื่นจะเปลี่ยนเป็นผิวสัมผัสแบบสาก แม้ขั้นตอนนี้จะทาสีน้ำมันทับหน้าต่อได้เลย แต่หากต้องการชั้นป้องกันสนิมที่ครอบคลุมและยาวนานยิ่งขึ้น การทา สีรองพื้นกันสนิม เพิ่มอีกหนึ่งชั้นถือเป็นทางเลือกที่แนะนำ

โดยทั่วไป สีรองพื้นกันสนิมมีให้เลือกใช้งาน 3 ประเภทหลัก

  • สีรองพื้นแดงกันสนิม เป็นสีน้ำมันอัลคีดเรซินที่ผสมกับผงสีตะกั่วแดง (สีเสน) ให้เฉดส้มแดง เหมาะกับพื้นผิวเหล็กใหม่ หรือเหล็กเก่าสภาพดี ได้แก่ BegerShield Supergloss Enamel Red Lead Primer #B-933 (มีส่วนผสมของตะกั่ว ควรสวมหน้ากากและถุงมือขณะใช้งาน และไม่แนะนำกับพื้นผิวที่เด็กสัมผัสโดยตรง)
  • สีรองพื้นเทากันสนิม เป็นสีน้ำมันอัลคีดเรซินที่ผสมกับผงสีซิงค์ฟอสเฟต ให้เฉดเทา เหมาะกับพื้นผิวเหล็กใหม่ หรือเหล็กเก่าสภาพดี ได้แก่ BegerShield Supergloss Enamel Grey Oxide Primer B-911
  • สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่ชนิดสองส่วน เป็นรองพื้นกันสนิมที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด เกรดเดียวกับสีอุตสาหกรรมที่มีความทนทานสูง จึงหยุดสนิมได้ทันที เหมาะกับเหล็กเก่าที่มีปัญหาสนิมอยู่ก่อนแล้ว หรือเหล็กใหม่ที่ต้องการความทนทานสูง ได้แก่ เบเยอร์ รัสท์ การ์ด ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถใช้ Beger Rust Guard แทนสีทับหน้าของงานภายในได้เลย

ปกติเราจะทาสีรองพื้นกันสนิม 1 เที่ยว และใช้เวลาแห้งประมาณ 5–6 ชั่วโมง แล้วจึงเริ่มทาสีน้ำมันเคลือบชั้นสุดท้าย

เปรียบเทียบรองพื้นกันสนิม

ประเภทรองพื้น เฉดสี เหมาะกับ ระดับการปกป้อง
แดงกันสนิม (B-933) สีแดง เหล็กใหม่ / เหล็กเก่าสภาพดี ★★★
เทากันสนิม (B-911) สีเทา เหล็กใหม่ / เหล็กเก่าสภาพดี ★★★
อีพ็อกซี่ 2 ส่วน (Rust Guard) ตามเฉด เหล็กที่มีสนิมเดิม / งานทนทานสูง ★★★★★

สีรองพื้นกันสนิมเบเยอร์

 

 

 

 

ขั้นตอนที่ 4: ทาสีเคลือบเงา เพิ่มความสวยงามและปกป้องผิวเหล็กอย่างยาวนาน

สีเคลือบเงาคือชั้นสุดท้ายที่ปกป้องผิวเหล็กจากรังสี UV ความชื้น และฝุ่นละออง พร้อมให้ความเงางาม หลังจากที่สีรองพื้นกันสนิมแห้งสนิทแล้วจึงลงขั้นตอนนี้ได้ 

วิธีการใช้งาน: ให้ทาสีเคลือบเงาจำนวน 2 เที่ยว โดยเว้นระยะให้สีแต่ละชั้นแห้งอย่างน้อย 8–10 ชั่วโมง เพื่อให้ฟิล์มสีเซตตัวได้สมบูรณ์ก่อนลงเที่ยวถัดไป สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบ พ่น แปรง หรือ ลูกกลิ้ง ตามความถนัด สีเคลือบเงาBegerShield Diamond Supergloss Enamel , BegerShield Supergloss EnamelBegerCool Supergloss Enamel , Beger Duramel (สำหรับพื้นผิวที่ต้องการความทนทานมากที่สุด) หรือ Bull Super High Gloss Enamel เป็นต้น

เปรียบเทียบสีเคลือบเงา

สีเคลือบเงา จุดเด่น เหมาะกับ
เบเยอร์ชิลด์ ไดมอนด์ ซูเปอร์กลอส อีนาเมล สีน้ำมันอัลคิดเรซินชนิดเงาสูง งานที่ต้องการความเงาระดับสูงสุด
เบเยอร์ชิลด์ ซูเปอร์กลอส อีนาเมล สูตรกลิ่นอ่อนกว่าสีน้ำมันทั่วไป งานภายในบ้าน หรือพื้นที่ที่มีการถ่ายเทอากาศน้อย
เบเยอร์คูล ซูเปอร์กลอส อีนาเมล ช่วยสะท้อนความร้อน เนื้อสีเข้ม และทนทาน หลังคา โครงสร้าง หรือบริเวณที่สัมผัสแสงแดดจัด
สีน้ำมันเบเยอร์ ดูราเมล เน้นความทนทานสูงสุด งานหนักและงานภายนอกอาคาร
สีเคลือบเงา กระทิง เนื้อสีข้น สีเข้ม และใช้งานง่าย งานทั่วไปที่ต้องการความคุ้มค่า

สีน้ำมันเคลือบทับหน้า

เบเยอร์ชิลด์ ไดมอนด์ ซูเปอร์กลอส อีนาเมล

(สีน้ำมันอัลขีดเรซิ่น ชนิดเงาสูง)

เบเยอร์ชิลด์ ซูเปอร์กลอส อีนาเมล

(สีเคลือบเงา สูตรกลิ่นอ่อนพิเศษกว่าสีทั่วไป)

เบเยอร์คูล ซูเปอร์กลอส อีนาเมล

(สีเคลือบเงาสะท้อนความร้อน เนื้อสีเข้ม ทนทาน)

สีเคลือบเงา กระทิง

(เนื้อข้น สีเข้ม)

 

วิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ แบบใหม่

การทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบใหม่ คือการใช้สีเคลือบเงาที่ผสมรองพื้นกันสนิมมาให้ในตัว จึงตัดขั้นตอนวอชไพร์เมอร์และรองพื้นออกได้ทั้งหมด ทำให้ลดเวลาการทำงานลงอย่างมาก โดย สีทาเหล็ก 2in1 ประเภทนี้จะแห้งไวกว่าการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบเก่าเป็นอย่างมาก ได้แก่ สีเคลือบเงาเหล็ก BegerShield GRIPTECH 2in1 ที่เป็นสีทาเหล็กไม่ต้องทารองพื้น

การทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ (แบบใหม่)  ระยะเวลาแห้ง

ขั้นตอน ระยะเวลา
แห้งผิวสัมผัส 5–10 นาที
ทาทับเที่ยวถัดไป 30 นาที
จบงานทั้งระบบ ภายในวันเดียว
หมายเหตุ ระยะเวลาแห้งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศของพื้นที่ทำงาน

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมพื้นผิว

การเตรียมพื้นผิวของวิธีใหม่เหมือนวิธีเก่าทุกประการ คือทำความสะอาดให้ไม่มีฝุ่นและคราบสกปรกใด ๆ และเพื่อการยึดเกาะสูงสุด ควรใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดลูบบนพื้นผิวเล็กน้อย

พื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์เก่า

  • ถ้าสภาพผิวเดิมเสื่อม หลุดล่อน จำเป็นต้องขูดลอกสีเก่าออกก่อน หรือใช้น้ำยาลอกสีเบเยอร์ ทำการลอกสีเดิมออก แล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิวตามระบบ
  • ถ้าสภาพผิวเดิมมีสนิม ให้พยายามขัดสนิมออกให้ได้มากที่สุด แล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิว
  • ถ้าสภาพผิวเดิมยังสมบูรณ์ หรือเป็นเหล็กที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน ให้ทำความสะอาดฝุ่นและคราบไขมัน แล้วขัดลูบผิวเบาๆ ก่อนลงสีได้เลย

พื้นผิวเหล็กกัลวาไนซ์ใหม่

  • เหล็กกัลวาไนซ์ใหม่ส่วนมากจะมีน้ำมันเคลือบอยู่เพื่อถนอมคุณภาพเหล็ก ก่อนนำไปทาสีจำเป็นต้องเอาน้ำมันเคลือบนั้นออก โดยใช้ผ้าชุบทินเนอร์ เบเยอร์ M-77 หมาด ๆ เช็ดออก

ขั้นตอนที่ 2 ทาสีเคลือบเงา อเนกประสงค์ 2In1

หลังเตรียมพื้นผิวเสร็จ ทาสีน้ำมันทาเหล็กอเนกประสงค์ BegerShield Griptech 2in1 ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้วอชไพร์เมอร์หรือรองพื้นกันสนิม ทา 2 เที่ยว เว้นระยะเวลาแห้งแต่ละเที่ยวเพียง 30 นาทีเท่านั้น ก็จะได้สีเหล็กกัลวาไนซ์ที่เงาสวยโดนใจ ข้อดีของกริปเทคคือเป็นสีสูตรอะคริลิก ทำให้ทนทานกว่าสีน้ำมันทั่วไปที่เป็นแอลคีด และไม่เหลืองตัว

อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง หรือหากต้องการงานพ่นชิ้นเล็ก มีรุ่น GRIPTECH 2in1 SPRAY และสูตรน้ำกลิ่นอ่อน GRIPTECH 2in1 AQUA

 

 

5 สาเหตุที่ทำให้สีเหล็กกัลวาไนซ์ลอก

สาเหตุอันดับหนึ่งคือการไม่ล้างน้ำมันเคลือบจากโรงงานออก ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในงาน DIY และงานเร่ง

ปัญหาที่พบบ่อยในการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์

ปัญหาที่พบ สาเหตุ วิธีแก้ / วิธีป้องกัน
สีลอกเป็นแผ่นใหญ่ภายใน 3–6 เดือน ทาสีน้ำมันอัลคิดลงบนกัลวาไนซ์โดยตรง ทำให้เกิดปฏิกิริยาสะพอนิฟิเคชัน ใช้วอชไพรเมอร์ก่อนทาสี หรือเลือกใช้สีอะคริลิก 2in1
สีไม่เกาะตั้งแต่แรก ไม่ได้ล้างคราบน้ำมันที่เคลือบมาจากโรงงาน เช็ดพื้นผิวด้วยทินเนอร์ M-77 แล้วล้างซ้ำให้สะอาดก่อนทาสีทุกครั้ง
ฟิล์มสีพองเป็นตุ่ม ทาทับผิวที่ยังชื้นหรือมีน้ำค้าง ตรวจสอบให้พื้นผิวแห้งสนิท หลีกเลี่ยงการทาสีในช่วงเช้ามืด และหลังเวลา 16.00 น.
มีคราบขาวใต้ฟิล์มสี ทาทับสนิมขาวโดยไม่ได้ขัดออกก่อน ขัดคราบสนิมขาวออกให้หมดก่อนลงสี
สีขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ใช้สีน้ำมันอัลคิดในเฉดสีขาวหรือสีอ่อน เลือกใช้สีสูตรอะคริลิก หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปัญหาสีเหลืองตัว

ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์หน้าฝนได้ไหม

ทาได้ แต่ควรเลือกระบบสีที่แห้งไว และต้องแน่ใจว่าผิวเหล็กแห้งสนิทก่อนลงสี เพราะความชื้นที่ค้างใต้ฟิล์มสีคือสาเหตุหลักของอาการพองและลอกในภายหลัง

  1. เช็กพยากรณ์อากาศให้ได้หน้าต่างเวลาแห้งอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง หลังทาเที่ยวสุดท้าย
  2. หลีกเลี่ยงช่วงความชื้นสูง เช้ามืดที่มีน้ำค้าง และหลัง 16.00 น.
  3. เลือกระบบ 2in1 เพราะรอแห้งเพียง 30 นาทีต่อเที่ยว ทำให้จบงานได้ก่อนฝนลงเมื่อเทียบกับระบบเก่าที่ต้องรอ 8–10 ชั่วโมงต่อเที่ยว
  4. เช็ดผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด ก่อนลงสีทุกครั้ง

FAQ คำถามที่พบบ่อยสำหรับการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์

Q1: เหล็กกัลวาไนซ์ต้องทาสีไหม ทั้งที่กันสนิมอยู่แล้ว?

A1: แม้เหล็กกัลวาไนซ์จะกันสนิมได้ดี แต่บริเวณรอยเชื่อม รอยตัด หรือเมื่อต้องเจอแดดฝนบ่อยๆ อาจเกิดสนิมได้ การทาสีจึงช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความสวยงาม โดยการทาสีทับกัลวาไนซ์ (ระบบดูเพล็กซ์) ยืดอายุการปกป้องได้ 1.5–2.3 เท่าของอายุสองระบบรวมกัน

Q2: วิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์แบบเดิมต้องทำอย่างไร?

A2: ทำ 4 ขั้นตอนตามลำดับ คือ 1) เตรียมพื้นผิว 2) ทาวอชไพร์เมอร์ 3) ทารองพื้นกันสนิม 4) ทาสีน้ำมันทับหน้า 2 เที่ยว ใช้เวลารวมประมาณ 1–2 วันเพราะต้องรอแต่ละชั้นแห้ง

Q3: มีวิธีทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ที่แห้งไวและง่ายกว่าไหม?

A3: มี สามารถใช้ สีเหล็กกัลวาไนซ์ 2 in 1 เช่น BegerShield GRIPTECH 2IN1 ที่ไม่ต้องทารองพื้น แห้งผิวใน 5–10 นาที และทาทับเที่ยวถัดไปได้ใน 30 นาที

Q4: ก่อนทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ควรเตรียมพื้นผิวอย่างไร?

A4: เหล็กใหม่ให้เช็ดคราบน้ำมันด้วยทินเนอร์แล้วขัดลูบด้วยกระดาษทรายละเอียด ส่วนเหล็กเก่าให้ขัดสนิมและลอกสีเดิมที่เสื่อมสภาพออกก่อน จากนั้นทำความสะอาดให้หมดจดและปล่อยให้แห้งสนิท

Q5: สนิมขาว (White Rust) บนเหล็กกัลวาไนซ์ ทาสีทับเลยได้ไหม?

A5: ไม่ได้ ต้องขัดคราบขาวออกให้หมดก่อนเสมอ เพราะสนิมขาวเป็นชั้นผงที่ยึดกับผิวไม่แน่น หากทาทับไปเลยฟิล์มสีจะลอกตามคราบนั้นออกมา

ทาสีเหล็กกัลวาไนซ์มี 2 ระบบให้เลือก ระบบเก่าใช้ 4 ขั้นตอน คือ 1.เตรียมพื้นผิว 2.วอชไพร์เมอร์ 3.รองพื้นกันสนิม 4.สีน้ำมันทับหน้า ซึ่งให้ชั้นปกป้องหนาแต่ใช้เวลา 1–2 วัน ส่วนระบบใหม่ด้วยสี 2 in 1 อย่าง เบเยอร์ชิลด์ กริปเทค ทูอินวัน ตัดขั้นตอนรองพื้นและวอชไพร์เมอร์ออก เหลือเพียงเตรียมผิวแล้วทาทับ 2 เที่ยว รอเที่ยวละ 30 นาที จบงานได้ภายในวันเดียว

ไม่ว่าจะเลือกระบบไหน หัวใจเดียวกันคือการล้างน้ำมันเคลือบออกให้หมดและขัดลูบผิวมันวาวก่อนลงสีเสมอ และหากต้องทำงานในหน้าฝน ระบบ 2 in 1 จะช่วยให้จบงานได้ทันก่อนฝนลง

ปรึกษาปัญหาสี ฟรี! ค้นหาร้านค้าที่จำหน่ายใกล้คุณ

SHARE :
กรุณาเลือกหมวดหมู่การค้นหา และพิมพ์คำค้นหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง