TH | EN

แก้ปัญหาสีทองลอกล่อน เลือกสีทองให้เหมาะกับงานปูน ไม้ และเหล็ก

Beger Super Gold สีทองเกรดพรีเมียม แก้ปัญหาสีทองลอกล่อน เหมาะสำหรับงานปูน งานไม้ และงานเหล็ก

สีทองลอกล่อนไม่ได้เกิดจากคุณภาพของสีทับหน้า แต่เกิดจาก 3 สาเหตุที่ควบคุมได้ คือ เลือกสูตรสีไม่ตรงกับพื้นผิว ทาระบบไม่ครบ 3 ชั้น และใช้ทินเนอร์ผิดรุ่น สีทองไม่ใช่สีทั่วไปที่ทาทับได้เลย แต่เป็น "ระบบสี" ที่ต้องมีสีรองพื้นแดงหรือเหลืองเป็นชั้นสะท้อนแสงอยู่ข้างใต้ และแต่ละสูตร (น้ำ / น้ำมัน / แลคเกอร์) มีทินเนอร์เฉพาะของตัวเองที่สลับกันไม่ได้ หากเลือกครบทั้งสามข้อนี้ถูกต้อง ฟิล์มสีทองสามารถคงความเงางามได้ยาวนานหลายปี แม้บนงานภายนอกที่เจอแดดฝนตลอดทั้งปี

ทำไมสีทองถึงลอกล่อน หมอง และซีดจางเร็ว

สาเหตุเกือบทั้งหมดของปัญหาสีทองอยู่ที่ขั้นตอนก่อนแตะสีทับหน้า ไม่ใช่ที่ตัวสีทอง เพราะสีทองคำเกรดพรีเมียมออกแบบมาให้ทนแดดและรังสี UV อยู่แล้ว แต่ฟิล์มสีจะทำงานได้ตามที่ออกแบบก็ต่อเมื่อชั้นล่างและตัวทำละลายถูกต้อง

สาเหตุ เกิดอะไรขึ้น อาการที่เห็น
เลือกสูตรไม่ตรงพื้นผิว ใช้สูตรแลคเกอร์ซึ่งออกแบบสำหรับงานภายใน ไปทาผนังภายนอกที่โดน UV ตลอดวัน ซีดจางและลอก ภายในไม่กี่เดือน
ใช้ทินเนอร์ผิดรุ่น ทินเนอร์แต่ละเบอร์จับคู่กับเรซินคนละชนิด ใช้ผิดทำให้ส่วนผสมแยกชั้น ฟุ้งมุก หรือหมุก สีหมอง ไม่เงา เห็นเป็นคราบด่าง
ข้ามสีรองพื้นแดง / เหลือง ไม่มีชั้นสะท้อนแสงรองอยู่ข้างใต้ ผงมุกทองจึงไม่มีพื้นให้สะท้อน สีทองดูทึบ ด้าน ไม่เปล่งประกาย
ทาชั้นกลางไม่เรียบเนียน ชั้นสะท้อนแสงเป็นคลื่น หรือหนาบางไม่เท่ากัน สีทับหน้าเห็นเป็นลายด่าง ชัดเมื่อโดนแสง
เตรียมพื้นผิวไม่ดี ฝุ่น คราบมัน สนิม หรือความชื้นค้างใต้ผิว ทำให้ฟิล์มสียึดเกาะไม่ได้ ลอกเป็นแผ่น ภายในไม่กี่เดือน
ทาบนปูนที่ยังไม่เซ็ตตัว ค่าความเป็นด่าง และความชื้นในปูนใหม่ยังสูงเกินไป ฟิล์มพอง และลอกเป็นแผ่นใหญ่

 

สีทองคำ 3 สูตร เลือกให้ตรงกับงานปูน ไม้ และเหล็ก

สีทองคำแบ่งตามชนิดเรซินเป็น 3 สูตร และแต่ละสูตรใช้แทนกันไม่ได้ การเลือกให้ตรงตั้งแต่ต้นคือ ปัจจัยที่มีผลมากที่สุดต่ออายุของฟิล์มสี

หัวข้อ สูตรน้ำอะคริลิค สูตรน้ำมัน สูตรแลคเกอร์
พื้นผิวที่เหมาะ ปูน คอนกรีต ปูนปั้น ปูน ไม้ เหล็ก โลหะ ไม้และโลหะภายใน
ใช้ภายนอกได้ไหม ได้ ได้ ไม่ได้
ตัวทำละลาย น้ำสะอาด ทินเนอร์ M-1199 หรือ M-1188 ทินเนอร์เฉพาะรุ่นตามฉลาก
ความเงา เงาสวย เงาสูง ฟิล์มแข็งแรง เงาสูงที่สุด
ความเร็วในการแห้ง แห้งเร็ว แห้งช้ากว่า แต่ไหลตัวเรียบเนียน แห้งเร็วที่สุด
จุดเด่น ทนด่าง ระบายความชื้นจากปูนได้ ทนขีดข่วน ทนสภาพอากาศ ผิวเงาละเอียด เก็บงานเร็ว
เหมาะกับงาน เสาบ้าน รั้ว ผนังวัด ลายปูนปั้น ประตูไม้แกะสลัก เหล็กดัด ราวบันได ตู้พระ หิ้งบูชา กรอบรูป
รุ่นเบเยอร์ A/C 919 (ทองสวิส), A/C 707 (ทองยุโรป) A/E 234 (ทองสวิส), A/E 303 (ทองยุโรป) A/L 123 (ทองสวิส), A/L 202 (ทองยุโรป)

 

เลือกจากพื้นผิวหน้างานของคุณ

หน้างานของคุณ สูตรที่ควรใช้ รุ่นสีทับหน้า สีรองพื้นแดง / เหลือง
ผนังปูน เสาบ้าน รั้วภายนอก สูตรน้ำอะคริลิค A/C 919 หรือ A/C 707 A/P 1001 (แดง) / A/P 1002 (เหลือง)
ลายปูนปั้น งานวัดภายนอก สูตรน้ำอะคริลิค A/C 919 หรือ A/C 707 A/P 1001 / A/P 1002
ประตู-หน้าต่างไม้ภายนอก สูตรน้ำมัน A/E 234 หรือ A/E 303 A/E 8866 (แดง) / A/E 8855 (เหลือง)
เหล็กดัด ราวบันได รั้วเหล็ก สูตรน้ำมัน A/E 234 หรือ A/E 303 A/E 8866 / A/E 8855
ตู้พระ หิ้งบูชาไม้ในบ้าน สูตรแลคเกอร์ A/L 123 หรือ A/L 202 ตามที่ระบุบนฉลากรุ่นนั้น
กรอบรูป เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน สูตรแลคเกอร์ A/L 123 หรือ A/L 202 ตามที่ระบุบนฉลากรุ่นนั้น

 

 

Swiss Gold กับ European Gold เลือกเฉดไหนดี

ทั้ง 3 สูตรมีให้เลือก 2 เฉดหลัก ซึ่งต่างกันที่ โทนอุณหภูมิสี ไม่ได้ต่างกันที่คุณภาพหรือความทนทาน

หัวข้อ Swiss Gold (ทองสวิส) European Gold (ทองยุโรป)
โทนสี เหลืองอ่อน สว่าง สะอาดตา เข้มอมแดง หรูหรา ขรึม
ให้ความรู้สึก เบา ทันสมัย มีน้ำหนัก มีพลัง
เหมาะกับ งานยุโรปคลาสสิก งานตกแต่งสมัยใหม่ งานวัด งานไทยประยุกต์ เฟอร์นิเจอร์มงคล
รุ่นเบเยอร์ A/C 919, A/E 234, A/L 123 A/C 707, A/E 303, A/L 202

 

ระบบสีทอง 3 ชั้นที่ถูกต้อง

สีทองที่เงางามและอยู่ทน มาจากการทำครบ 3 ชั้นตามลำดับ ไม่ใช่จากการทาสีทับหน้าให้หนาขึ้น การทาสีทองทับหนา ๆ โดยไม่มีชั้นรองที่ถูกต้อง จะทำให้เปลืองสีโดยไม่ได้ผลลัพธ์เพิ่ม

ชั้นที่ 1 รองพื้นปรับสภาพพื้นผิว

ชั้นนี้ทำหน้าที่ปรับสภาพผิวและเพิ่มการยึดเกาะ ไม่ได้ให้สี

  • พื้นผิวปูนเก่า ทารองพื้นปูนอเนกประสงค์ เบเยอร์ โปรควิก ไพร์เมอร์ B-1900 จำนวน 1 เที่ยว
  • พื้นผิวปูนใหม่ที่เซ็ตตัวครบแล้ว สามารถข้ามไปชั้นที่ 2 ได้เลย
  • พื้นผิวไม้ ทาน้ำยาป้องกันปลวกและเชื้อรา เบเยอร์ไดร้ท์ชนิดใส 1 เที่ยว ก่อนเข้าระบบสีทอง
  • พื้นผิวโลหะ ขจัดสนิมและคราบมันให้หมด แล้วทาสีกันสนิมก่อน

ชั้นที่ 2  สีรองพื้นแดงหรือเหลือง (ชั้นสะท้อนแสง)

นี่คือชั้นที่ตัดสินว่าสีทองจะเปล่งประกายหรือไม่ ผงมุกทองในสีทับหน้าทำงานด้วยการสะท้อนแสงจากชั้นล่าง ถ้าชั้นล่างไม่เรียบหรือไม่มีเลย สีทองจะดูทึบทันที

เฉดรองพื้น ผลต่อสีทองชั้นบน เหมาะกับ
สีแดง ทองดูเข้ม หรู มีมิติ งานวัด งานคลาสสิก งานไทยประยุกต์
สีเหลือง ทองดูสว่างสดใส สะอาดตา งานตกแต่งสมัยใหม่ งานในที่แสงน้อย

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด: ต้องใช้สีรองพื้นรุ่นที่จับคู่กับสีทับหน้าเท่านั้น สูตรน้ำใช้ A/P 1001/1002 สูตรน้ำมันใช้ A/E 8866/8855 หากสลับข้ามสูตร ฟิล์มสีสองชั้นจะไม่เข้ากันและลอกในภายหลัง

ชั้นที่ 3  สีทองทับหน้า

ทา 2–3 เที่ยว ตามอัตราส่วนผสมของแต่ละสูตร และเว้นระยะให้แต่ละเที่ยวแห้งก่อนทาเที่ยวถัดไป

ชั้นที่ 4  แลคเกอร์เคลือบเงา (ทางเลือก)

หากต้องการความเงาเพิ่มและเพิ่มการปกป้องฟิล์ม สามารถเคลือบทับด้วยแลคเกอร์ใส

  • ระบบสูตรน้ำ เคลือบด้วยอะคริลิกแลคเกอร์เงา A/C 9000
  • ระบบสูตรน้ำมัน เคลือบด้วยอะคริลิกแลคเกอร์เงา A/E 4400

ตารางอัตราส่วนผสมและทินเนอร์ (จุดที่พลาดกันมากที่สุด)

สีทองหมองและไม่เงาเกือบทุกกรณี มักเกิดจากการใช้ทินเนอร์ผิดเบอร์ หรือผสมผิดอัตราส่วน ตารางนี้สรุปขั้นตอนสำคัญไว้ในที่เดียว

ขั้นตอน ระบบสูตรน้ำ ระบบสูตรน้ำมัน
สีรองพื้นแดง / เหลือง A/P 1001 หรือ A/P 1002 ผสม น้ำสะอาด 5–10% ทา 1 เที่ยว A/E 8866 หรือ A/E 8855 ผสมทินเนอร์ M-77 หรือ M-5588 ทา 5–10% / พ่น 10–15% ทา 1 เที่ยว
สีทองทับหน้า A/C 919 หรือ A/C 707 ผสม น้ำสะอาด อัตรา 1:1 ถึง 1:2 ทา 2–3 เที่ยว A/E 234 หรือ A/E 303 ผสมทินเนอร์ M-1199 หรือ M-1188 ทา 1:1 / พ่น 1:2 ทา 2–3 เที่ยว
เคลือบเงา (ถ้าต้องการ) A/C 9000 A/E 4400

 

วิธีเตรียมพื้นผิวแต่ละชนิดก่อนลงระบบสีทอง

การเตรียมพื้นผิวคือขั้นตอนที่กินเวลามากที่สุดและถูกข้ามบ่อยที่สุด แต่เป็นตัวชี้ขาดว่าฟิล์มสีจะอยู่ได้กี่ปี

พื้นผิวปูนใหม่

  1. ทิ้งให้ปูนเซ็ตตัวอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ค่าความเป็นด่างลดลงสู่ระดับที่ปลอดภัย
  2. วัดความชื้นให้ต่ำกว่า 14% ก่อนเริ่มทา หากยังสูงกว่านี้ให้รอต่อ
  3. ทำความสะอาดคราบไขมันและฝุ่นละอองออกให้หมด

พื้นผิวปูนเก่า

  1. ขัดล้างสีเก่าที่หลุดลอกและเสื่อมสภาพออกให้หมด ห้ามใช้แปรงลวด เพราะเศษลวดที่ค้างในผิวปูนจะกลายเป็นจุดเกิดสนิมและทำให้ฟิล์มสีใหม่ลอกในภายหลัง
  2. หากมีเชื้อราหรือตะไคร่น้ำ ให้ขัดล้างออกก่อน แล้วทา น้ำยาฆ่าเชื้อราเบเยอร์ โมลด์ฟรี M-001 ให้ชุ่มโดยไม่ต้องล้างออก
  3. ทารองพื้นปูนอเนกประสงค์ B-1900 จำนวน 1 เที่ยว

พื้นผิวไม้

  1. ไม้ใหม่ ขัดเสี้ยนไม้ส่วนเกินด้วยกระดาษทราย แล้วทำความสะอาดให้ปราศจากฝุ่น
  2. ไม้เก่าหรือไม้ที่ฟิล์มสีเดิมลอก ขัดด้วยกระดาษทรายจนถึงเนื้อไม้เดิม
  3. ทาเบเยอร์ไดร้ท์ชนิดทาสีใส (สูตรน้ำหรือสูตรน้ำมันก็ได้) 1 เที่ยว เพื่อป้องกันปลวก มอด และเชื้อรา

พื้นผิวเหล็กและโลหะ

  1. ทำความสะอาดคราบไขมันและฝุ่นออกให้หมด
  2. หากพื้นผิวมันวาว ให้ขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดเบอร์ 220–280 เพื่อเปิดผิวและเพิ่มการยึดเกาะ
  3. หากมีสนิม ต้องขัดสนิมออกให้หมดก่อน แล้วทาสีกันสนิม

คำนวณปริมาณสีทองที่ต้องใช้

สีทองคำ 1 แกลลอน ทาได้ประมาณ 30–40 ตารางเมตรต่อ 1 เที่ยว เมื่อระบบมาตรฐานต้องทาสีทับหน้า 2–3 เที่ยว จึงสามารถคำนวณปริมาณสีคร่าว ๆ ได้ดังนี้

พื้นที่หน้างาน สีทองทับหน้า (ทา 2 เที่ยว) สีทองทับหน้า (ทา 3 เที่ยว)
10 ตร.ม. ประมาณ 1/2–3/4 แกลลอน ประมาณ 3/4–1 แกลลอน
30 ตร.ม. ประมาณ 1.5–2 แกลลอน ประมาณ 2–3 แกลลอน
50 ตร.ม. ประมาณ 2.5–3.5 แกลลอน ประมาณ 4–5 แกลลอน

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมสีรองพื้นแดงหรือเหลืองซึ่งทา 1 เที่ยว และยังไม่รวมการสูญเสียจากการพ่น หากใช้วิธีพ่นควรเผื่อเพิ่มอีกประมาณ 15–20% สำหรับงานที่มีลวดลายซับซ้อน เช่น ลายปูนปั้นหรือเหล็กดัด ควรเผื่อมากกว่าพื้นผิวเรียบ คำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้อย่างละเอียด

ตารางแก้ปัญหาสีทองที่พบบ่อย

ปัญหา สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีแก้
สีทองลอกเป็นแผ่น เลือกสูตรไม่ตรงพื้นผิว หรือทาบนปูนที่ยังชื้นเกิน 14% ขัดลอกให้ถึงพื้นผิวเดิม รอให้แห้ง แล้วเริ่มระบบใหม่ด้วยสูตรที่ตรงพื้นผิว
สีทองหมอง ไม่เงา ใช้ทินเนอร์ผิดรุ่น หรือผสมเข้มข้นเกินจนผงมุกจม ใช้ทินเนอร์ตามตาราง และผสมตามอัตราส่วนที่ระบุ
สีทองซีดจางเร็ว ใช้สูตรแลคเกอร์กับงานภายนอก เปลี่ยนเป็น สูตรน้ำ (งานปูน) หรือ สูตรน้ำมัน (ไม้ เหล็ก)
สีทองเห็นเป็นลายด่าง สีรองพื้นชั้นกลางทาไม่เรียบ หรือหนาบางไม่เท่ากัน ขัดเรียบแล้วทาสีรองพื้นใหม่ให้สม่ำเสมอ ก่อนทาทับหน้า
สีทองดูทึบ ไม่มีประกาย ข้ามสีรองพื้นแดง/เหลือง แล้วทาสีทองลงพื้นผิวโดยตรง ทาสีรองพื้นชั้นกลางก่อนเสมอ ไม่ควรทาสีทองโดยตรง
ฟิล์มสีทองเป็นตุ่ม ความชื้นค้างใต้ผิว หรือทาทับขณะที่พื้นผิวยังไม่แห้ง ขัดจุดที่พองออก หาสาเหตุความชื้น แก้ให้จบก่อนทาซ่อม
สีทองบนเหล็กลอกพร้อมสนิม ไม่ได้ขัดสนิมออกหมด หรือไม่ได้ทาสีกันสนิม ขัดสนิมออกให้หมด ทาสีกันสนิม แล้วเริ่มระบบสีทองใหม่

 

สีทอง สีสิริมงคลที่มาพร้อมความคาดหวัง

ในความเชื่อของคนไทยและคนเอเชีย สีทองเป็นตัวแทนของพระอาทิตย์ ความรุ่งเรือง และพลังงานบวก หลายบ้านจึงใช้สีทองกับประตู หน้าต่าง เสาบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์มงคล เพื่อเสริมฮวงจุ้ยและความเป็นมงคลให้กับผู้อยู่อาศัย ส่วนงานวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การเลือกสีทองยิ่งมีความหมายลึกซึ้ง เพราะแทนคุณค่าของศรัทธาและความเคารพ

ด้วยเหตุนี้ ปัญหาสีทองลอกล่อนจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม เมื่อสีทองที่ตั้งใจเลือกมาเริ่มหมองหรือลอกก่อนเวลา ความรู้สึกมงคลที่คาดหวังไว้ก็จางลงตามไปด้วย การลงทุนเวลาในขั้นเตรียมพื้นผิวและเลือกสูตรให้ถูก จึงคุ้มกว่าการต้องรื้อทำใหม่ทั้งระบบในอีก 1–2 ปีถัดมา

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีทอง

Q1: สีทองลอกล่อนเกิดจากอะไร?
A1: เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก คือ เลือกสูตรสีไม่ตรงกับพื้นผิว เช่น ใช้สูตรแลคเกอร์กับงานภายนอก, ทาระบบไม่ครบ 3 ชั้นโดยข้ามสีรองพื้นแดงหรือเหลือง และใช้ทินเนอร์ผิดรุ่นจนฟิล์มสีเซ็ตตัวไม่สมบูรณ์ อีกสาเหตุที่พบบ่อยคือทาบนผิวปูนที่ยังมีความชื้นสูงกว่า 14% หรือยังเซ็ตตัวไม่ครบ 1 เดือน

Q2: สีทองทาปูนควรใช้สูตรไหน?
A2: งานปูนใช้ได้ทั้งสูตรน้ำอะคริลิกและสูตรน้ำมัน โดยสูตรน้ำอะคริลิกออกแบบมาให้ทนด่างและระบายความชื้นจากปูนได้ดี จึงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับงานปูนทั้งภายในและภายนอก ส่วนสูตรน้ำมันก็ใช้กับปูนได้เช่นกันหากเตรียมพื้นผิวครบตามขั้นตอน สิ่งที่ห้ามคือใช้สูตรแลคเกอร์กับงานปูนภายนอก

Q3: ทินเนอร์สีทองใช้เบอร์ไหน?
A3: ขึ้นกับว่ากำลังทาชั้นไหน สีทองทับหน้าสูตรน้ำมันใช้ทินเนอร์เบเยอร์ M-1199 หรือ M-1188 ส่วนสีรองพื้นแดงและเหลืองสูตรน้ำมันใช้ M-77 หรือ M-5588 สำหรับระบบสูตรน้ำอะคริลิกไม่ต้องใช้ทินเนอร์เลย ผสมด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น

Q4: ต้องทาสีรองพื้นแดงหรือเหลืองจริงๆ หรือข้ามได้
A4: ข้ามไม่ได้ เพราะผงมุกทองในสีทับหน้าทำงานด้วยการสะท้อนแสงจากชั้นล่าง หากไม่มีชั้นสะท้อนแสงรองอยู่ สีทองจะดูทึบและด้าน ไม่ว่าจะทาทับหน้ากี่เที่ยวก็ตาม การทาสีทองหนาขึ้นไม่สามารถทดแทนชั้นรองพื้นได้

Q5: สีรองพื้นแดงกับสีเหลือง ต่างกันอย่างไร?
A5: สีรองพื้นแดงทำให้สีทองชั้นบนดูเข้ม หรู และมีมิติ เหมาะกับงานวัดและงานคลาสสิก ส่วนสีรองพื้นเหลืองทำให้สีทองดูสว่างสดใสและสะอาดตา เหมาะกับงานตกแต่งสมัยใหม่หรือพื้นที่ที่มีแสงน้อย ทั้งสองใช้ได้กับสีทองทับหน้าทุกเฉด

Q6: สีทองภายในกับภายนอกใช้แทนกันได้ไหม?

A6: ไม่แนะนำ สีทองสำหรับงานภายในส่วนใหญ่เป็นสูตรแลคเกอร์ซึ่งไม่ทนรังสี UV หากนำไปใช้ภายนอกจะซีดและลอกเร็ว ในทางกลับกัน สีทองสูตรน้ำและสูตรน้ำมันซึ่งใช้ภายนอกได้ ก็สามารถใช้ภายในได้ แต่อาจให้ความเงาน้อยกว่าสูตรแลคเกอร์เล็กน้อย

บทสรุป

สีทองไม่ใช่สีที่ทาทับได้เลย แต่เป็นระบบที่ต้องทำให้ครบทั้งชุด จำ 3 ข้อนี้ให้ขึ้นใจ คือ เลือกสูตรให้ตรงพื้นผิว ทาระบบให้ครบ 3 ชั้น และใช้ทินเนอร์เฉพาะรุ่น เมื่อทำครบทั้งสามข้อ ฟิล์มสีทองจะคงความเงางามได้ยาวนาน ทั้งบนงานปูน งานไม้ และงานเหล็ก ก่อนเริ่มงาน ให้ตรวจสองอย่างเสมอ คือ พื้นผิวแห้งพอหรือยัง (ปูนใหม่ต้องเซ็ตตัว 1 เดือนและความชื้นต่ำกว่า 14%) และ ทินเนอร์ที่ซื้อมาตรงรุ่นกับสีที่ใช้หรือไม่ สองข้อนี้ใช้เวลาตรวจไม่กี่นาที แต่ป้องกันการรื้อทำใหม่ทั้งงานได้

ปรึกษาปัญหาสี ฟรี! รับบริการออกแบบสีบ้าน ฟรี! ค้นหาร้านค้าที่จำหน่ายใกล้คุณ

SHARE :
กรุณาเลือกหมวดหมู่การค้นหา และพิมพ์คำค้นหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง