TH | EN

รวมทินเนอร์ทุกเบอร์จากเบเยอร์ รุ่นนี้ใช้กับสีอะไร มาดูกัน!

Beger Thinner

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางงานสีถึงออกมาเรียบสวย เงางาม และทนทาน แต่บางงานกลับเป็นคราบ แห้งช้า หรือหลุดลอกทั้งที่ใช้สีชนิดเดียวกัน คำตอบสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ “สี” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือก ทินเนอร์เบเยอร์ ให้ตรงกับประเภทงาน เพราะในความเป็นจริง ทินเนอร์ไม่ใช่แค่ตัวผสมสี แต่เป็นองค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพงานโดยตรง ทั้งความเรียบเนียน การยึดเกาะ และอายุการใช้งานของสี หากเลือกผิดตั้งแต่ต้น งานที่ทำไปอาจต้องกลับมาแก้ซ้ำโดยไม่จำเป็น บทความนี้จึงรวบรวม ทินเนอร์เบเยอร์ พร้อมอธิบายอย่างชัดเจนว่า “รุ่นไหนใช้กับสีอะไร” และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับหน้างาน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และทำให้งานสีออกมาสวย จบ และคุ้มค่าในครั้งเดียว

ทินเนอร์คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับงานสี

ทินเนอร์ (Thinner) คือสารทำละลายที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับสีแต่ละประเภทโดยเฉพาะ มีหน้าที่สำคัญในการ “ปรับสมดุลของเนื้อสี” ให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการทาด้วยแปรง กลิ้งด้วยลูกกลิ้ง หรือพ่นด้วยเครื่องพ่นสี หลายคนอาจมองว่าทินเนอร์เป็นเพียงตัวเจือจางสี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทินเนอร์มีผลโดยตรงต่อ “คุณภาพของฟิล์มสี” ตั้งแต่ขั้นตอนการทา ไปจนถึงผลลัพธ์หลังแห้งตัว

โดยหน้าที่หลักของทินเนอร์มีดังนี้ :

  • ปรับความหนืดของสีให้เหมาะสม เพื่อให้สีไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ช่วยให้ควบคุมการทาได้ง่าย และลดปัญหาสีไหลย้อยหรือเป็นคลื่น
  • ช่วยให้การทาและพ่นสีทำได้ง่ายขึ้น ทำให้สีไหลตัวดี ลื่นแปรง หรือกระจายตัวสม่ำเสมอในการพ่น ลดรอยต่อและรอยแปรงที่ไม่สวยงาม
  • ควบคุมการแห้งของสี ทินเนอร์มีผลต่ออัตราการระเหย ซึ่งส่งผลให้สีแห้งเร็วหรือช้าตามความเหมาะสม ช่วยให้ฟิล์มสีเรียบ ไม่เป็นฝ้า หรือไม่เกิดรอยด่าง
  • ช่วยให้ฟิล์มสีเรียบเนียนและยึดเกาะดีขึ้น เมื่อสีมีความสมดุลที่ดี จะทำให้การยึดเกาะกับพื้นผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาสีลอกหรือแตกร้าวในอนาคต
  • ใช้ล้างอุปกรณ์และทำความสะอาดพื้นผิว ช่วยขจัดคราบสี คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกบนอุปกรณ์และพื้นผิวก่อนทาสี

นอกจากนี้ ทินเนอร์แต่ละสูตรยังมีส่วนผสมทางเคมีที่แตกต่างกัน เช่น อะโรมาติก คีโตน หรืออะซีเตต ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสีแต่ละประเภทโดยเฉพาะ เช่น สีไม้ สีเหล็ก สีอีพ็อกซี่ หรือสีโพลียูรีเทน หรืออธิบายง่ายๆ คือ “ทินเนอร์ = ตัวควบคุมคุณภาพของงานสีตั้งแต่เริ่มต้นจนจบงาน” หากเลือกใช้ถูกประเภท จะช่วยให้งานออกมาสวย เรียบ และทนทาน แต่หากเลือกผิด แม้ใช้สีคุณภาพดี ก็อาจทำให้งานเสียได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรก

รวมเบเยอร์ทินเนอร์ ครบ จบ ทุกงานช่าง

ทินเนอร์เหล่านี้จะต้องใช้คู่กับผลิตภัณฑ์สีตามที่ระบุข้างกระป๋อง และผสมในอัตราส่วนที่กำหนด เพื่อให้ได้สีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันคุณภาพของสีลดลง โดยเบเยอร์มีทินเนอร์ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการเลยครับ ไปดูกันเลย! 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-77 ทูอินวัน

Beger Thinner M-77 2IN1

M-77 2in1

 

เหมาะสำหรับ สีทาเหล็ก ทูอินวัน

griptech 2in1

BegerShield Griptech 2IN1

rust tech 2in1

Beger Rust Tech 2IN1

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ใช้ผสมสีทาเหล็ก 2in1 ทุกชนิด
  • ช่วยให้ความเงางามสูง เพิ่มการยึดเกาะ
  • ช่วยให้ฟิล์มเนียนสวย
  • ช่วยให้กลิ้งง่าย ทาลื่นแปรง
  • ช่วยทำละลายได้ดีเยี่ยม ไม่เป็นวุ้น
  • ใช้ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ทาสี
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-77

Beger Thinner M-77

M-77

 

เหมาะสำหรับ สีงานไม้

L-5000

Beger Lacquer L-5000

L-5500

Beger Lacquer L-5500

L-5555

Beger Sanding Sealer
Lacquer L-5555

industrial lac

Beger Inustrial Lacquer

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารคีโตน อะโรมาติก และแอลกอฮอล์
  • ลดรอบแปรง แห้งตัวเร็ว ทำละลายดีเยี่ยม
  • ใช้ล้างอุปกรณ์ทาสี ทำความสะอาดพื้นผิว
   

 

ทินเนอร์กระทิง เอ เอ เอ

Bull Thinner AAA

AAA

 

เหมาะสำหรับ สีน้ำมัน สีทาเหล็ก สีพ่นอุตสาหกรรม สีงานไม้

L-5000

Beger Lacquer L-5000

L-5500

Beger Lacquer L-5500

L-5555

Beger Sanding Sealer
Lacquer L-5555

griptech 2in1

BegerShield Griptech 2IN1

rust tech 2in1

Beger Rust Tech 2IN1

industrial lac

Beger Inustrial Lacquer

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารคีโตน อะโรมาติก และแอลกอฮอล์
  • ทำละลายได้ดีเยี่ยม
  • ไม่เป็นฝ้าขาว สีวุ้น เมื่อเจออุณหภูมิต่ำ/ความชื้นสูง
  • ล้างอุปกรณ์ทาสี ทำความสะอาดพื้นผิว
     

 

เบเยอร์ทินเนอร์ เอ็ม-44

Beger Thinner M-44

M44

 

เหมาะสำหรับ โพลียูรีเทนทาไม้

B52

Beger Unithane U-404 (B-52)

B52

Beger Unithane U-202 (B-52)

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะซีเตต และอะโรมาติก
  • ทำละลายดี แห้งตัวเร็ว
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-50

Beger Thinner M-50

M-50

 

เหมาะสำหรับ โพลียูรีเทน ชนิดเงา

B-5000

Beger B-5000 (I-5XX)

B-5000

Beger B-5000 (E-5XX)

L-5555

Beger Sanding Sealer
2K B-5000/599

 

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะซีเตต คีโตน และอะโรมาติก
  • แห้งตัวเร็ว
   

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-59

Beger Thinner M-59

M-59

 

เหมาะสำหรับ โพลียูรีเทนและวาร์นิช ชนิดด้าน

B-5000

Beger B-5000 (I-5XX)

B-5000

Beger B-5000 (E-5XX)

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ทำละลายดีเยี่ยม
  • ลดรอบแปรง แห้งตัวเร็ว
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ ที-85

Beger Thinner T-85

M-59

 

เหมาะสำหรับ โพลียูรีเทนทาพื้นไม้

P-55

Beger Diamond Premium Polyurethane P-55

P-88

Beger Diamond Premium Polyurethane P-88

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ทาง่าย ลื่นแปรง
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-1199

Beger Thinner M-1199

M-1199

 

เหมาะสำหรับ สีงานไม้และสีทองคำ สูตรน้ำมัน

supreme

Beger Supreme

woodstain

Beger WoodStain

Deckstain

Beger DeckStain

supedeck

Beger SuperDeck

varnish

Beger Varnish

gold

Beger SuperGold

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • แห้งตัวเร็ว ทำละลายได้ดีเยี่ยม
     

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-1188

Beger Thinner M-1188

M-1188

 

เหมาะสำหรับ สีน้ำมันและสีทองคำ สูตรน้ำมัน

gold

Beger SuperGold

 

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • แห้งตัวเร็ว
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-5588

Beger Thinner M-5588

M-5588

 

เหมาะสำหรับ สีทองคำและสีพ่นอุตสาหกรรม
ชนิดแลคเกอร์

gold

Beger SuperGold

industrial lac

Beger Industrial Lacquer

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก คีโตน และแอลกอฮอล์
  • ทาง่าย พ่นง่าย
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-15

Beger Thinner M-15

M-15

 

เหมาะสำหรับ สีน้ำมัน สีเคลือบเงา และสีรองพื้น สูตรน้ำมัน

diamond supergloss enamel

BegerShield Diamond
SuperGloss Enamel

supergloss enamel

BegerShield SuperGloss
Enamel

cool enamel

BegerCool SuperGloss
Enamel

b3100

Beger Primer B-3100

b1900

Beger Primer B-1900

b1700

Beger Primer B-1700

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • กลิ่นไม่ฉุน ทาลื่นแปรง
  • ใช้ล้างอุปกรณ์ทาสี
     

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-22

Beger Thinner M-22

M-22

 

เหมาะสำหรับ โพลียูรีเทนระบบ 2 ส่วน

durathane

Beger Durathane

industrial lac

Beger B-4000

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ทาง่าย ลื่นแปรง ประหยัดเวลาทำงาน
  • ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ทาสี
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-68

Beger Thinner M-68

M-68

 

เหมาะสำหรับ สีอีพ็อกซี่ระบบ 2 ส่วน

duraguard

Beger DuraGuard

rust guard

Beger Rust Guard

flooraguard

Beger FlooraGuard

M-guard

Beger M-Guard

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ทาง่าย ลื่นแปรง ประหยัดเวลาทำงาน
  • ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ทาสี
   

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-99

Beger Thinner M-99

M-99

 

เหมาะสำหรับ สีจราจรและสีพ่นลายฆ้อน

traffic paint

Beger Traffic Paint

hammer tone

Beger Hammer Tone Finish

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ทำละลายได้ดี ทาง่าย พ่นง่าย
 

 

เบเยอร์ ทินเนอร์ เอ็ม-177

Beger Thinner M-177

M-177

 

เหมาะสำหรับ สีทนความร้อนสูง

heat guard

Beger Heat Guard

 

คุณลักษณะและคุณสมบัติ

  • ผลิตจากสารอะโรมาติก
  • ทำละลายได้ดี ทาลื่น
 

 

การเลือกทินเนอร์อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพของงานสีทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการทา ความเรียบเนียนของพื้นผิว ไปจนถึงความทนทานในระยะยาว งานสีที่ดูสวยในวันแรก อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร หากเลือกทินเนอร์ไม่เหมาะสมกับประเภทของสีหรือการใช้งาน ขณะที่การเลือกทินเนอร์ได้ถูกต้อง จะช่วยให้งานออกมาสวย เนียน ยึดเกาะดี และลดปัญหาการแก้ไขซ้ำในอนาคต ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานทาสีบ้าน งานพ่นสี หรือแม้แต่งานอุตสาหกรรม การทำความเข้าใจว่า “ทินเนอร์แบบไหนใช้กับสีอะไร” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่คือพื้นฐานสำคัญของงานสีที่ได้มาตรฐาน และเพื่อให้เข้าใจได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้คือคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับการเลือกใช้ทินเนอร์ ซึ่งจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และลดความผิดพลาดในการใช้งานจริง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทินเนอร์

Q1: ทินเนอร์คืออะไร ใช้ทำอะไรในงานสี?
A: ทินเนอร์คือสารทำละลายที่ใช้ผสมสี เพื่อปรับความหนืดให้เหมาะกับการใช้งาน ช่วยให้ทาและพ่นสีได้ง่ายขึ้น ทำให้ฟิล์มสีเรียบเนียน แห้งสม่ำเสมอ และยังใช้สำหรับล้างอุปกรณ์หลังใช้งานได้อีกด้วย

Q2: ถ้าใช้ทินเนอร์ผิดประเภท จะเกิดอะไรขึ้น?
A: การใช้ทินเนอร์ผิดประเภทอาจทำให้สีเสียคุณภาพ เช่น สีไม่เรียบ เกิดคราบ แห้งช้า หรือแห้งเร็วเกินไป ยึดเกาะไม่ดี และอาจทำให้ฟิล์มสีลอกล่อนหรือแตกร้าวในระยะยาว

Q3: ทินเนอร์ใช้แทนน้ำได้ไหม?
A: ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เพราะทินเนอร์และน้ำถูกออกแบบมาสำหรับสีคนละประเภท หากใช้ผิดจะทำให้สีเสียคุณภาพ เช่น สีแยกชั้น ไม่ยึดเกาะ หรือทาแล้วไม่เรียบ

Q4: ใช้ทินเนอร์มากเกินไปมีผลเสียอย่างไร?
A: การใช้ทินเนอร์มากเกินไปจะทำให้สีบางเกินไป ฟิล์มสีไม่แข็งแรง ปกปิดพื้นผิวได้ไม่ดี และอาจทำให้สีหลุดล่อนง่ายในอนาคต

Q5: จำเป็นต้องใช้ทินเนอร์ทุกครั้งไหม?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป สีบางประเภทถูกออกแบบให้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมทินเนอร์ แต่ในกรณีงานพ่นสี หรืองานที่ต้องการความเรียบเนียนสูง การใช้ทินเนอร์จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

SHARE :
Please select the search topic and type related keywords