
ไม่ต้องรอถึงฤดูร้อน หน้าไหนประเทศไทยก็ร้อน! โดยเฉพาะปีนี้เค้าว่ามีโอกาสทะลุ 40 องศาเซลเซียส ร้อนแบบนี้เปิดแอร์ทั้งวันค่าไฟพุ่งกระฉูดแน่นอน แต่ไม่ต้องกังวลไป วันนี้ช่างสีมืออาชีพมีวิธีลดอุณหภูมิในบ้าน ช่วยให้บ้านเย็นยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานและลดค่าไฟได้จริง เพียงแค่ทา สีทาบ้านกันร้อน ด้วยระบบสีบ้านเย็นเบเยอร์คูล ที่จะมาช่วยกันความร้อน สะท้อนรังสียูวีได้สูงสุด ๆ มาลองทำตามใน 4 ขั้นตอนนี้เลย!
4 เทคนิคทาสีบ้านกันร้อนอย่างไร ให้บ้านเย็น ลดค่าไฟ ประหยัดพลังงาน
วิธีการทาสีแล้วทำให้บ้านเย็น คือการใช้สีทาบ้านที่มีคุณสมบัติสะท้อนและกันความร้อนได้ อย่าง สีเบเยอร์คูล (BegerCool) สีกันร้อนสะท้อน UV ทั้ง UV-A UV-B หรือ UV-C และเป็นสีรายแรกและรายเดียวของไทยที่ใช้เทคโนโลยีเซรามิกคูลลิ่ง (Ceramic Cooling) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไมโครสเฟียร์เซรามิก (Microsphere Ceramic) เทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในกระสวยอวกาศนาซ่า ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสะท้อน และสกัดกั้นความร้อนจากภายนอก ไม่ให้เข้ามาสู่ภายในบ้านนั่นเอง โดยจากผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการด้านรังสีและความร้อนจากประเทศสิงคโปร์ พบว่าสามารถสะท้อนความร้อนได้สูงสุดถึง 97% กันเลยทีเดียว
แต่เท่านั้นยังไม่พอ หากคุณอยากจะให้บ้านเย็นขึ้นไปอีก และลดค่าไฟได้มากขึ้นไปอีก ลองทำตามวิธีการทาสี 4 เทคนิคเหล่านี้ได้เลย
เทคนิคที่ 1 ทาสีหลังคากันร้อน
บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า การทาสีหลังคาก็สามารถช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้ โดยเฉพาะกับห้องชั้นบน หรือห้องใต้หลังคา เมื่อแดดส่องมาความร้อนก็จะผ่านเข้ามาสะสมภายในตัวบ้าน ทำให้บ้านร้อนขึ้น หนึ่งในทางแก้ก็คือ การเลือกใช้สีทาหลังคากันร้อนที่สามารถสะท้อนและสกัดกั้นความร้อนได้กว่า 96% อย่าง BegerCool Roof เพียงเท่านี้บ้านเราก็ร้อนน้อยลง หมดปัญหาบ้านชั้น 2 ร้อนกว่าชั้น 1 แถมยังมีอีกหนึ่งข้อดีที่ช่วยซับเสียงฝน ลดเสียงกระทบจากฝนตกได้ดีกว่าสีทาหลังคาทั่วไป ไม่ว่าจะกับหลังคาเหล็กหรือเมทัลชีทก็ตาม
เทคนิคที่ 2 เตรียมพื้นผิวก่อนทาสีบ้านกันร้อน
แม้ว่าเราจะใช้สีทาบ้านกันร้อนที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าเตรียมพื้นผิวได้ไม่ดีก็อาจทำให้คุณภาพของสีทาบ้านลดลง และทำให้ประสิทธิภาพในการกันร้อนที่ควรจะได้รับน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดเหล่านี้เกิดขึ้น แนะนำให้ขัด ขูด หรือลอกฟิล์มสีเก่าที่เสื่อมสภาพออก แล้วทำความสะอาดคราบสิ่งสกปรก เศษฝุ่นผง เชื้อรา และตะไคร่น้ำ พร้อมซ่อมแซมปกปิดรอยแตกร้าวบนพื้นผิวให้สมบูรณ์ก่อนเริ่มทาสีกันร้อนเสมอ
เทคนิคที่ 3 เลือกใช้สีรองพื้นกันร้อนได้
หลายคนอาจคิดว่าสีรองพื้นนั้นไม่จำเป็นต้องทาก็ได้หรือซื้อมาก็สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่การทาสีรองพื้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากและมีส่วนช่วยปกป้องบ้านของเราได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันพื้นผิวจากปัญหาสีต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพของสีทาบ้านกันร้อน ให้ช่วยป้องกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะสีรองพื้นกันร้อนที่ใส่นวัตกรรมเซรามิกคูลลิ่งชนิดเดียวกันกับในสีทาบ้าน เพียงทาแค่ 1-2 เที่ยวแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง ก็ช่วยทวีคูณความบ้านเย็นขึ้นไปอีกขั้นได้ รุ่นแนะนำจะมีดังนี้เลย
- BegerCool All Plus Primer 5000 (ภายใน) / 6000 (ภายในและภายนอก) สีรองพื้นปูนใหม่กันด่าง สูตรอะคริลิกเรซินพิเศษ ทนทานต่อด่างและคราบเกลือจากผิวปูน
- Beger Flexi Cool Primer B-2800 สีรองพื้นปูนอเนกประสงค์ ชนิดยืดหยุ่นสูงมาก พร้อมคุณสมบัติประสาน ปกป้อง ปกปิดรอยแตกลายงาบนผนังได้ดีเยี่ยม

เทคนิคที่ 4 ใช้สีทาบ้านกันร้อนที่มีเซรามิก คูลลิ่ง ช่วยประหยัดค่าไฟ
สีทาบ้านกันร้อนหรือที่เรียกกันว่า สีบ้านเย็น ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์คูลทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น เบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ (BegerCool DiamondShield), เบเยอร์คูล ยูวี ชิลด์ (BegerCool UV Shield) หรือ เบเยอร์คูล ออล พลัส (BegerCool All Plus) ล้วนมีส่วนผสมของเทคโนโลยีเซรามิกคูลลิ่ง จึงได้คุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน สามารถสะท้อนความร้อนออกไปได้ทันที ไม่ต้องรอให้คาย พร้อมเสริมความทนทานต่อสภาวะอากาศร้อน ปกป้องบ้านได้ยาวนาน
ซึ่งสีเบเยอร์คูลถือเป็นสีรายแรก ๆ ที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง (ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5) การันตีว่า ช่วยลดอุณหภูมิให้บ้านได้สูงสุดถึง 6 องศาเซลเซียส และลดค่าไฟได้ถึง 32% ต่อปีเลยทีเดียว และถ้ายิ่งใช้ครบทั้งระบบ ก็จะยิ่งเสริมประสิทธิภาพให้บ้านเย็นได้ยิ่งขึ้นด้วย

วิธีใช้งานสีทาบ้านกันร้อนก็ไม่ใช่เรื่องยาก แนะนำให้ผสมสีทับหน้าที่ต้องการกับน้ำสะอาดประมาณ 5-10% คนให้สีเข้ากัน จากนั้นทาลงบนพื้นผิวจำนวน 2 เที่ยว โดยทิ้งระยะประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนทาทับเที่ยวถัดไป เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็จะมีอุณหภูมิลดลง เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ทำงานไม่หนักเท่าเดิม ประหยัดค่าไฟไปได้หลายพันต่อปีเลย
|
|
|
|
แค่ทาสีเบเยอร์คูล สีทาบ้านกันความร้อนจากเบเยอร์ ก็ช่วยทั้งสะท้อนและสกัดกั้นความร้อนให้บ้านเย็นเว่อร์ ประหยัดค่าไฟกว่า ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไร้สารพิษ และยังมีส่วนช่วยรักษ์โลก เพราะเราเป็นสีคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคิดค้น พัฒนา และใส่ใจครบตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำอย่างการจัดการถังสีหลังใช้ มั่นใจได้เลยว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์คูลเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการลดอุณหภูมิภายในบ้านคุณและลดโลกร้อนตามเป้ามหมาย Net Zero อย่างยั่งยืนไปในตัวด้วย
“แค่ทาสีเบเยอร์คูล คนละผนัง บ้านไม่ร้อน โลกก็ไม่ร้อน"
FAQ คำถามที่พบบ่อยสีทาบ้านกันร้อน
Q1 : สี “บ้านเย็น” คืออะไร ต่างกับสีทาบ้านทั่วไปอย่างไร
A1 : สีบ้านเย็น เช่น BegerCool มีเทคโนโลยี “Ceramic Cooling” (ไมโครสเฟียร์เซรามิก) ที่ช่วยสะท้อนรังสี UV และความร้อนจากแสงอาทิตย์ — ทำให้ผนัง และหลังคากักเก็บความร้อนได้น้อยลง และช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน เมื่อเทียบกับสีทั่วไปที่ดูดซับความร้อนทันที
Q2 : ถ้าทาสีบ้านเย็นแล้ว “บ้านจะเย็นลงจริงไหม”
A2 : ใช่ จากผลทดสอบ สี BegerCool สามารถสะท้อนความร้อนได้สูงสุดถึง 97.% ในบางรุ่น (ขึ้นกับประเภทผนัง/หลังคา) และหากทาทั้งระบบ (หลังคา, ผนัง, สีรองพื้น ฯลฯ) จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน — ส่งผลให้บ้านเย็นขึ้นจริง
Q3 : “บ้านเย็น” ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือไม่ และช่วยได้มากแค่ไหน
A3 : ตามที่ Beger ระบุ สี BegerCool ที่ผ่านฉลากประหยัดพลังงาน (ฉลากเบอร์ 5) สามารถช่วยลดอุณหภูมิบ้าน และลดค่าไฟได้ถึงประมาณ 32% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับการใช้งานเครื่องปรับอากาศ การวางผังบ้าน ฯลฯ) ถ้าทาทั้งบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ








