
ปัญหาหลังคารั่วมักไม่ได้เกิดจากแผ่นกระเบื้องเพียงอย่างเดียว แต่ “สันหลังคา” หรือแนวต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องคือหนึ่งในจุดเสี่ยงที่น้ำฝนสามารถแทรกซึมเข้าได้ง่าย(ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของหลังคา)
ปัจจุบันการติดตั้งครอบสันหลังคามีอยู่ 2 วิธีหลัก ได้แก่
- ครอบสันหลังคา แบบเปียก (Wet System)
- ครอบสันหลังคา แบบแห้ง (Dry System)
ทั้งสองระบบมีข้อดี ข้อจำกัด และเหมาะกับการทำงานที่แตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยอธิบายความแตกต่าง พร้อมคำแนะนำในการเลือกให้เหมาะกับบ้านและสภาพอากาศของประเทศไทย

ครอบสันหลังคาแบบเปียก (Wet System) คืออะไร
ครอบสันหลังคาแบบเปียกคือวิธีติดตั้งที่ใช้ ปูนซีเมนต์ ยึดครอบสันหลังคาเข้ากับแนวกระเบื้อง วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันมานานในงานก่อสร้าง เพราะสามารถทำได้ง่ายโดยช่างทั่วไปและใช้วัสดุไม่ซับซ้อน
หลักการติดตั้ง
- วางครอบสันบนแนวบรรจบกระเบื้อง
- ใช้ปูนซีเม้นต์ยึดแผ่นครอบสัน
- ฉาบแต่งให้สวยงามเพื่อป้องกันน้ำย้อนซึม
ข้อดีของครอบสันหลังคาแบบเปียก
- โครงสร้างยึดแน่น แข็งแรง
- ใช้เวลาในการทำงานไม่มากหรือรวดเร็วโดยช่างทั่วไป
- สามารถปิดช่องว่างได้ดี
- ช่วยแก้ปัญหาหลังคารั่วซึมได้
ข้อจำกัด
- ปูนอาจแตกร้าวเมื่อเวลาผ่านไป
- อาจเกิดการรั่วซึมเมื่อปูนมีการขยาย-หดตัว
- ต้องการการซ่อมบำรุงในระยะยาว
ดังนั้นจึงมักใช้วัสดุกันซึมที่มีความยืดหยุ่นสูงที่เรียกในหมู่ช่างว่า RoofSeal เพื่อช่วยลดปัญหาและแก้ไขการแตกร้าวของปูน ปัจจุบันมีการพัฒนาวัสดุกันซึม ประเภท PU Hybrid Waterproof ที่มีความยืดหยุ่นและลดปัญหาการแตกร้าวของปูน ตัวอย่างวัสดุที่ใช้ในระบบนี้ คือ Beger RoofSeal Cool ซึ่งเป็นวัสดุกันซึมที่ช่วยปิดรอยต่อและเพิ่มการป้องกันน้ำซึมบริเวณสันหลังคา
ครอบสันหลังคาแบบแห้ง (Dry System) คืออะไร
ครอบสันหลังคาแบบแห้งเป็นระบบติดตั้งที่ ไม่ใช้ปูน แต่ใช้วัสดุสำเร็จรูป เช่น
- โครงเหล็กซีลายเพื่อรองรับแผ่นวัสดุกันซึม
- เทปกันรั่ว
- แผ่นครอบสันโค้ง
โดยวัสดุจะทำหน้าที่ ปิดรอยต่อและป้องกันน้ำซึมทันที ตัวอย่างวัสดุในระบบนี้ เช่น Beger Seal Max Tape ซึ่งเป็นเทปบิทูเมนคุณภาพสูงสำหรับปิดรอยต่อหลังคา
ข้อดีของครอบสันหลังคาแบบแห้ง
- ไม่มีส่วนแตกร้าวในระยะยาว
- แผ่นแทบยืดหยุ่นสูง รองรับการขยาย - หดตัวของหลังคา
- ลดปัญหาการรั่วซึมในระยะยาว
ข้อจำกัด
-
ต้องใช้วัสดุคุณภาพดีเพื่อให้ยึดเกาะได้ดี
-
ติดตั้งซับซ้อน และใช้เวลามากกว่า
-
ต้องติดตั้งอย่างถูกวิธีเพื่อให้กันน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ
| หัวข้อ | แบบเปียก | แบบแห้ง |
| วิธีติดตั้ง | ใช้ปูนซีเมนต์ร่วมกับวัสดุกันซึม | ใช้เทปกันซึมร่วมกับโครงรอบรับ |
| ความแข็งแรง | แข็งแรงยึดแน่นด้วยปูน | แข็งแรง และยืดหยุ่นสูง |
| การซ่อมแซม | อาจต้องซ่อมปูน | มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน |
| การติดตั้ง | ใช้เวลามาก | ติดตั้งมีความซับซ้อน |
|
ความเสี่ยงแตกร้าว |
มีโอกาสเกิด |
แทบไม่มี |
แล้วควรเลือกแบบไหนดี
คำตอบขึ้นอยู่กับ ลักษณะบ้านและปัญหาที่ต้องการแก้ไข
ควรเลือกครอบสันแบบเปียก
- บ้านใหม่ที่ใช้ช่างทั่วๆไป และบ้านเดิมมีการติดตั้งครอบสันแบบเดิมอยู่แล้ว
- สะดวก และรวดเร็ว
- เหมาะสำหรับช่างที่ไม่มีทักษะครอบสันแบบแห้ง
วัสดุกันซึมที่มีความยืดหยุ่น เช่น Beger RoofSeal Cool สามารถช่วยปิดรอยต่อและลดการแตกร้าวจากสภาพอากาศได้ดี
ควรเลือกครอบสันแบบแห้ง
- ต้องการติดตั้งที่ต้องการมาตราฐานสูงกว่าแบบครอบสันแห้ง
- ต้องการระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง
- ไม่มีปัญหาปูนแตกร้าวตามมาในอนาคต
วัสดุอย่าง Seal Max Tape สามารถช่วยปิดรอยต่อและป้องกันน้ำซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ปูน
ทั้งครอบสันหลังคาแบบเปียกและแบบแห้งต่างมีข้อดีที่เหมาะกับการใช้งานคนละรูปแบบ "แบบเปียก" เหมาะกับงานซ่อมแซมและโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง และ "แบบแห้ง" เหมาะกับงานติดตั้งที่ต้องการความยืดหยุ่นและลดปัญหาการแตกร้าว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เลือกวัสดุที่มีคุณภาพและติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้หลังคาสามารถป้องกันน้ำฝนและสภาพอากาศได้อย่างยาวนาน
แนะนำผลิตภัณฑ์
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครอบสันหลังคาแบบเปียก และแบบแห้ง
Q1 : ครอบสันหลังคาแบบเปียกกับแบบแห้ง ต่างกันอย่างไร?
A1 : ครอบสันหลังคาแบบเปียกเป็นวิธีติดตั้งที่ใช้ปูนหรือวัสดุกันซึมในการยึดครอบสันหลังคาเข้ากับแนวกระเบื้อง ส่วนครอบสันหลังคาแบบแห้งเป็นระบบที่ไม่ใช้ปูน แต่ใช้วัสดุสำเร็จรูป เช่น เทปกันรั่วหรืออุปกรณ์ยึดครอบสันเพื่อปิดรอยต่อและป้องกันน้ำซึม
Q2 : ครอบสันหลังคาแบบไหนกันน้ำได้ดีกว่า
A1 : ทั้งระบบเปียกและระบบแห้งสามารถกันน้ำได้ดี หากเลือกวัสดุคุณภาพและติดตั้งอย่างถูกต้อง ระบบเปียกควรใช้ร่วมกับวัสดุกันซึมด้วย Beger RoofSeal Cool เพื่อป้องกันรอยแตกร้าว ส่วนระบบแห้งใช้เทปบิทูเมน Seal Max Tape ในการป้องกันน้ำซึม
Q3 : หลังคารั่วบริเวณสันหลังคาแก้ไขอย่างไร?
A3 : หากพบการรั่วบริเวณสันหลังคา สามารถซ่อมได้โดยตรวจสอบรอยแตกร้าวของแผ่นครอบสัน หรือปูนที่ใช้ในแบบเปียก จากนั้นอุดรอยต่อด้วยวัสดุกันซึมสำหรับงานหลังคา หรือใช้เทปกันรั่วสำหรับปิดรอยต่อเพื่อป้องกันน้ำซึม
Q4 : ครอบสันหลังคาแบบแห้งทนทานหรือไม่?
A4 : ระบบครอบสันแบบแห้งมีความทนทานสูง เนื่องจากวัสดุมีความยืดหยุ่น สามารถรองรับการขยายตัวของโครงสร้างหลังคาได้ดี ลดโอกาสเกิดการแตกร้าวที่มักพบในครอบสันแบบเปียก
Q5 : จำเป็นต้องใช้วัสดุกันซึมบริเวณสันหลังคาหรือไม่?
A5 : บริเวณสันหลังคาเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดการรั่วซึมสูง เนื่องจากเป็นแนวรอยต่อของกระเบื้อง การใช้วัสดุกันซึมหรือวัสดุปิดรอยต่อที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของการรั่วซึมและช่วยยืดอายุการใช้งานของหลังคา

